ทำความรู้จักกับ Dangerous Goods Warehouse ความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้ามในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์

อัพเดทล่าสุด: 11 ก.ย. 2025

สินค้าอันตราย (Dangerous Goods) หมายถึง วัตถุ หรือสารที่มีคุณสมบัติทางกายภาพหรือเคมีที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตมนุษย์ สัตว์ สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สิน จึงจำเป็นต้องมีการจัดเก็บและขนส่งอย่างเหมาะสม และถูกต้องตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด สินค้าอันตรายจะแบ่งได้หลายประเภทตามคุณสมบัติและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง โดย United Nations (UN) ได้แบ่งสินค้าอันตรายออกเป็น 9 ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ 1 วัตถุระเบิด (Explosives) หมายถึง สารหรือวัตถุอันตรายที่สามารถระเบิดได้ เมื่อได้รับแรงกระแทก ความร้อน หรือประกายไฟ เช่น กระสุนปืน พลุอากาศ ดินปืน

ประเภทที่ 2 ก๊าซ (Gases) หมายถึง สารที่เกิดอันตรายหากเกิดการรั่วไหล เช่น คลอรีน ไนโตรเจน ก๊าซแอลพีจี

ประเภทที่ 3 ของเหลวไวไฟ (Flammable Liquids) หมายถึง ของเหลวที่สามารถลุกติดไฟได้เมื่อเกิดประกายไฟ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์

ประเภทที่ 4 ของแข็งไวไฟ (Flammable Solids) หมายถึง สารที่เป็นของแข็งที่สามารถติดไฟได้ง่าย หรือติดไฟได้เอง หรือสารที่เมื่อสัมผัสกับน้ำแล้วทำให้เกิดก๊าซไวไฟ เช่น แมกนีเซียม โซเดียม แคลเซียม

ประเภทที่ 5 สารออกซิไดซ์และสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย คือ สารออกซิไดซ์ (Oxidizing Substances) คือสารที่ตัวสารเองไม่ติดไฟ แต่สามารถทำให้วัตถุอื่นๆ ติดไฟได้ เช่น แคลเซียมไฮโปคลอไลท์ และสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ (Organic Peroxides) คือ สารที่ทำปฏิกิริยากับสารชนิดอื่นแล้วก่อให้เกิดอันตราย หรือเมื่อได้รับความร้อนอาจเกิดการระเบิดได้ เช่น อะซีโตนเปอร์ออกไซด์

ประเภทที่ 6 สารพิษและสารติดเชื้อ แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่ สารพิษ (Toxic Substances) คือ สารที่หากสูดดมหรือกลืนจะทำให้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง เช่น ไซยาไนด์ และสารติดเชื้อ (Infectious Substances) คือ สารที่มีเชื้อโรคปนเปื้อน เช่น แบคทีเรียเพาะเชื้อ

ประเภทที่ 7 วัสดุกัมมันตรังสี (Radioactive Materials) หมายถึง สารหรือวัตถุที่สามารถแผ่กัมตรังสีทีมองไม่เห็นออกมาได้เมื่อมีการสลายตัว เช่น โมนาไซด์ ยูเรเนียม

ประเภทที่ 8 สารกัดกร่อน (Corrosive Substances) หมายถึง สารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนทำความเสียหายต่อเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตอย่างรุนแรง หรือทำความเสียหายต่อวัตถุเมื่อเกิดการรั่วไหล เช่น กรดกำมะถัน กรดเกลือ

ประเภทที่ 9 วัสดุอันตรายเบ็ดเตล็ด (Miscellaneous Dangerous Substances and Articles) หมายถึง สารอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในประเภท 1-8 เช่น ปุ๋ยแอมโมเนีย น้ำแข็งแห้ง

Dangerous Goods Warehouse คืออะไร?

Dangerous Goods Warehouse หรือคลังเก็บสินค้าอันตราย คือ สถานที่จัดเก็บที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับการจัดเก็บสินค้าอันตรายที่อาจสร้างอันตรายต่อคน สัตว์ สิ่งแวดล้อม และสิ่งของ โดยการสร้างและจัดเก็บจะต้องเป็นไปตามมาตรฐานการจัดการระดับสากลและตามประกาศกรมโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงยังมีบริการเสริมอื่นๆ ตามที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น การนำเข้าส่งออก การขนส่ง การบรรจุผลิตภัณฑ์ เป็นต้น

สำหรับเทคโนโลยีที่ช่วยในการจัดการและเสริมความปลอดภัยใน Dangerous Goods Warehouse มีหลายอย่างด้วยกันดังนี้

1.ระบบระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิ เช่น ระบบ HVAC (Heating, Ventilation, and Air Conditioning) จะช่วยควบคุมสภาพแวดล้อมภายในคลังสินค้า และมีเซนเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิและไอระเหย รวมถึงระบบอัตโนมัติที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ตามที่ตั้งไว้ เพื่อระบายอากาศและควบคุมอุณหภูมิให้เหมาะสมและเสถียรสำหรับสินค้าอันตรายบางประเภท เช่น สารระเหย สารไวไฟ เป็นต้น

2.ระบบตรวจจับและแจ้งเตือนอัคคีภัย สำหรับสินค้าอันตรายประเภทไวไฟ โดยภายในคลังสินค้าจะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจจับความร้อนหรือควัน และระบบดับเพลิงที่ทำงานอัตโนมัติ รวมถึงน้ำยาหรือโฟมเฉพาะที่ใช้ในการดับไฟที่เกิดจากสารเคมีอันตราย

3.ระบบตรวจสอบสารเคมีและก๊าซอันตราย สำหรับคลังสินค้าที่จัดเก็บสารเคมีอันตรายโดยเฉพาะ เช่น ก๊าซพิษ สารเคมีระเหย โดยจะติดตั้งเครื่องตรวจจับสารระเหยไว้ หากค่าเกินมาตรฐานระบบจะแจ้งเตือนเพื่อการป้องกันอย่างทันท่วงที

4.ระบบการจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management System - WMS) ช่วยในการตรวจสอบสินค้าแบบเรียลไทม์ ทั้งระยะเวลาที่จัดเก็บ จำนวน สถานะสินค้า และการจัดทำรายงานที่แม่นยำและรวดเร็ว

5.ระบบจัดเก็บอัจฉริยะ (Automated Storage and Retrieval System - AS/RS) ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ โดยจะใช้ระบบหุ่นยนต์หรือแขนกลเข้ามาเคลื่อนย้ายหรือจัดเก็บสินค้าไปยังพื้นที่ที่กำหนด เพื่อลดความเสี่ยงที่พนักงานจะสัมผัสสินค้าอันตรายโดยตรง

ทำไมต้องจัดเก็บสินค้าอันตรายใน Dangerous Goods Warehouse ?

สินค้าอันตรายมีคุณสมบัติที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงและอันตรายต่อสิ่งชีวิตและทรัพย์สิน หากไม่มีการจัดเก็บหรือขนส่งที่ถูกต้องและปลอดภัย อย่างที่มีข่าวออกมาเรื่อยๆ ถึงความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเมื่อเกิดความผิดพลาดของการจัดเก็บและขนส่ง เช่น โรงงานย่านสมุทรปราการที่เกิดการระเบิด ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมในรัศมี 5 กิโลเมตร ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไอ ตาพร่ามัว หมดสติ หรือกรณีสารเคมีปะทุระหว่างการขนส่งกลางชุมชนใน จ.สมุทรปราการ จึงต้องมีคำสั่งอพยพคนอย่างเร่งด่วน

ดังนั้น การจัดเก็บสินค้าอันตรายใน Dangerous Goods Warehouse จึงถือเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความปลอดภัย และกฎหมาย โดยสามารถสรุปความสำคัญของการจัดเก็บสินค้าอันตรายใน Dangerous Goods Warehouse ได้ดังนี้

1.ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ ต่อชีวิตและทรัพย์สิน เช่น การรั่วไหล การระเบิด เป็นต้น

2.ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะหากเก็บสารเคมีอันตรายในคลังจัดเก็บที่ไม่มีการจัดการโดยเฉพาะ อาจนำไปสู่การรั่วไหลลงสู่ดิน แม่น้ำ และอากาศ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงคนในระยะยาวได้

3.ลดความเสี่ยงต่อชุมชนโดยรอบ เพราะ Dangerous Goods Warehouse มักจะตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมที่ห่างไกลจากชุมชน รวมทั้งยังมีมาตรการการจัดการที่เข้มงวด

4. เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการและขนส่ง ภายใน Dangerous Goods Warehouse มักจะเลือกใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้การจัดเก็บและขนส่งปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อลดข้อผิดพลาดที่อาจจะเกิดอันตรายขึ้น

5.ปฏิบัติตามกฏหมายและมาตรฐานความปลอดภัย หลายๆ ประเทศทั่วโลกมีกฏหมายแและข้อบังคับที่เกี่ยวกับการจัดเก็บและขนส่งสินค้าอันตราย รวมถึงของประเทศไทยเอง เช่น พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 และมาตรฐานการขนส่งสินค้าอันตรายของ IMDG Code หรือ ADR ซึ่งผู้ประกอบการควรทำตาม เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการถูกปรับหรือถูกดำเนินคดี

กฏหมายที่ควรรู้เกี่ยวกับการขนส่งและจัดเก็บสินค้าอันตราย

การขนส่งและจัดเก็บสินค้าอันตรายจำเป็นต้องมีกฏหมายและข้อบังคับอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัยของผู้จัดเก็บ ผู้ขนส่ง และสิ่งแวดล้อม ซึ่งกฏหมายสำคัญที่ควรรู้ทั้งของประเทศไทยและระดับสากล มีดังนี้

1.พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 เนื้อหาเกี่ยวกับการกำหนดข้อบังคับและมาตรการในการจัดการ การเก็บรักษา และการขนส่งวัตถุอันตรายในประเทศไทย รวมไปถึงบทลงโทษที่เข้มงวดสำหรับผู้ละเมิด โดยมีวัตถุประสงค์หลัก คือ การป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พระราชบัญญัติฉบับนี้พัฒนาและปรับปรุงมาจาก พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยเพิ่มความชัดเจน ครอบคลุมและเข้มงวดขึ้น เน้นการป้องกันอันตรายที่รัดกุมยิ่งขึ้น และเพิ่มการใช้เทคโนโลยีใหม่เพื่อติดตามและตรวจสอบความปลอดภัยในการจัดเก็บและขนส่ง

2.ข้อกำหนดเรื่องการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนน ในแต่ละประเทศจะมีข้อกำหนดการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนนของตัวเอง อย่างในประเทศไทยเอง มีเอกสารที่ออกโดยกรมการขนส่งทางบก เพื่อควบคุมการขนส่งสินค้าอันตรายทางถนนให้เป็นไปอย่างปลอดภัย และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยเนื้อหาครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การขออนุญาต ข้อกำหนดด้านยานพาหนะและผู้ขับขี่ การบรรจุสินค้า การควบคุมเส้นทางขนส่ง การจัดการเหตุฉุกเฉิน รวมไปถึงการตรวจสอบและรายงาน

3.มาตรฐานการขนส่งสินค้าอันตรายตามองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICAO) เป็นข้อกำหนดที่ออกมาเพื่อควบคุมการขนส่งสินค้าอันตรายทางอากาศทั่วโลก เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นระหว่างขนส่ง ช่วยให้มั่นใจว่าสินค้าอันตรายที่ขนส่งทางอากาศจะได้รับการบรรจุ จัดเก็บ และขนส่งอย่างเหมาะสมและปลอดภัย โดยเนื้อหาจะมีทั้งข้อกำหนดเรื่องการบรรจุ การติดฉลาก การจัดการและขนส่ง การรายงานและการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร ผู้ปฏิบัติงาน และสิ่งแวดล้อม

4.ระเบียบข้อบังคับตาม IMO สำหรับการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล (International Maritime Organization - IMDG Code) เป็นระเบียบข้อบังคับที่ทำขึ้นโดยองค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (International Maritime Organization หรือ IMO) เนื้อหาจะครอบคลุมตั้งแต่การบรรจุ การติดฉลาก การจัดเก็บ และการขนส่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยงและอำนวยความสะดวกการขนส่งสินค้าอันตรายทางทะเล

GTL OCS พร้อมให้คำปรึกษาด้านโลจิสติกส์ครบวงจร เพื่อรองรับกับทุกธุรกิจของคุณ จากประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 10 ปี

ช่องทางติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษา

LINE OFFICAL: @gtlocsthailand
โทรศัพท์: 02 460 2044


บทความที่เกี่ยวข้อง
GTL OCS Express | Thailand to Japan Express Delivery
GTL OCS Express is an international express delivery service from Thailand to Japan, providing fast, secure, and reliable shipping through the extensive OCS Japan network, covering all major destination zones across Japan. The service supports documents, parcels, and commercial shipments, making it ideal for import–export businesses and companies looking for a trusted International Express Delivery solution.
26 ม.ค. 2026
Mr. Koji Shibata - ANA HOLDINGS INC. President and CEO (The VIP Guest) เข้าพบปะเยี่ยมชม บริษัท จีทีแอล โอซีเอส (ไทยแลนด์) จำกัด
Mr. Koji Shibata - ANA HOLDINGS INC. President and CEO (The VIP Guest) และคณะบริหาร ร่วมมือพัฒนาและการทำงานร่วมกัน
20 พ.ย. 2025
สรุปให้เข้าใจง่าย กติกา 'สหรัฐขึ้นภาษีไทย 36%' ยังไม่ใช่ฉากจบ
เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2568 ทรัมป์ลงนามประกาศคำสั่ง EO กำหนดภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ภายใต้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act of 1977 (IEEPA)
14 ส.ค. 2025
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy