นโยบายความเป็นส่วนตัว โอซีเอสโอเวอร์ซีคูเรียร์ จำกัด

ประกาศใช้วันที่ 1 กรกฎาคม 2569

บทที่ 1 การเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าทุกรายโดย OCS

1. บทนำ

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อธิบายถึงวิธีการและเหตุผลในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและบุคคลอื่นที่ OCS (ต่อไปนี้เรียกว่า “OCS”, “เรา”, “ของเรา”) ได้รับมา โปรดอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้โดยละเอียดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ OCS หรือใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา บทที่ 1 ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ให้ภาพรวมเกี่ยวกับวิธีการที่เราใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ส่วนบทที่ 2, 3 และ 4 ให้ข้อมูลเฉพาะภูมิภาคสำหรับลูกค้าที่อยู่หรือพำนักในเขตเศรษฐกิจยุโรป/สหราชอาณาจักร สาธารณรัฐประชาชนจีน และรัฐแคลิฟอร์เนีย ตามลำดับ นโยบายอื่นอาจมีผลใช้บังคับกับผลิตภัณฑ์และบริการของ OCS โดยรายละเอียดจะระบุแยกต่างหากในข้อกำหนดการให้บริการหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับลูกค้าที่พำนักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ในบทนี้ หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลธรรมดาที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งสามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้จากชื่อ วันเดือนปีเกิด รายละเอียดอื่น หรือรหัสประจำตัวบุคคลที่ปรากฏอยู่ในข้อมูลดังกล่าว


2. ขอบเขตการบังคับใช้

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ใช้บังคับเมื่อ ลูกค้าหรือบุคคลอื่นให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ OCS หรือใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของ OCS


3. วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

OCS ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับจากลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ตาม แม้อยู่ภายในขอบเขตของวัตถุประสงค์ดังกล่าว OCS จะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในลักษณะที่ส่งเสริมหรือชักจูงให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่เหมาะสม

1. รับคำขอสมัคร ให้บริการ และติดต่อสื่อสารเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์ของ OCS

2. ศึกษาและวิเคราะห์การใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของ OCS

3. ดำเนินงานอื่นใดที่เกี่ยวเนื่องหรือจำเป็นต่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 1 และ 2 ข้างต้น

4. ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นและแบบสอบถามเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์ที่ OCS จัดให้มี

5. พัฒนาและปรับปรุงบริการและผลิตภัณฑ์ใหม่

6. แจ้งข่าวสารเกี่ยวกับบริการและผลิตภัณฑ์ของ OCS

7. การดำเนินงานและการบริหารจัดการงานกิจกรรมและแคมเปญที่จัดโดย OCS, ANA, บริษัทในกลุ่ม ANA และบริษัทพันธมิตรต่างๆ

8. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริการ ผลิตภัณฑ์ กิจกรรม และแคมเปญของ OCS บริษัทในกลุ่ม ANA และบริษัทพันธมิตร รวมถึงการสื่อสารข้อมูลต่าง ๆ ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น ไดเร็กต์เมล (Direct Mail), จดหมายข่าวทางอีเมล (E-mail Magazine), การแจ้งเตือน และโฆษณา

หมายเหตุ: ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (รวมถึงข้อมูลวิเคราะห์ เช่น รายละเอียดการใช้บริการและผลิตภัณฑ์ของ OCS, ANA และบริษัทในเครือ ANA Group ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือของ OCS และ ANA เป็นต้น) อาจถูกนำมาวิเคราะห์ด้วย AI หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อคาดการณ์ความสนใจ รสนิยม แนวโน้มการซื้อ คุณลักษณะของลูกค้า เป็นต้น และนำผลลัพธ์ไปใช้ในการวางแผนการตลาดหรือการส่งโฆษณาที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละราย

9. การตอบข้อซักถาม คำร้องขอ และการติดต่อสื่อสารต่าง ๆ


หมายเหตุ: บริษัทอาจวิเคราะห์เนื้อหาของคำถาม คำร้องขอ การติดต่อสื่อสาร และข้อความที่ลูกค้าแจ้งไว้ ด้วย AI หรือเทคโนโลยีอื่น ๆ และนำผลการวิเคราะห์ไปใช้เพื่อให้บริการสนับสนุนลูกค้า


4. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

OCS จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้ด้วยวิธีการที่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นธรรม และเหมาะสม เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กล่าวไว้ข้างต้น

1. ข้อมูลระบุตัวตน ข้อมูลติดต่อ และข้อมูลการชำระเงิน เช่น

ชื่อ-นามสกุล, เพศ, วันเดือนปีเกิด, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขโทรสาร, อีเมล, ข้อมูลการทำงาน (ชื่อบริษัท แผนก ตำแหน่ง ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และโทรสาร), ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสาร, ข้อมูลหนังสือเดินทาง, หมายเลขสมาชิก ANA Mileage Club, และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง

2. รายละเอียดข้อซักถามและข้อร้องเรียนที่ส่งถึง OCS

รวมถึงข้อมูลบันทึกเสียงและข้อมูลอื่นที่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เนื่องจากมีชื่อหรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้

หมายเหตุ: OCS อาจตรวจสอบ บันทึก จัดเก็บ และใช้ข้อมูลการติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์ อีเมล หรือช่องทางอื่น เพื่อตรวจสอบคำสั่งหรือคำร้องที่ลูกค้าส่งมาใช้ในการฝึกอบรม ป้องกันอาชญากรรม ปรับปรุงคุณภาพการบริการลูกค้า

3. ข้อมูลด้านไอทีและระบบ รวมถึงข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ OCS เช่น

ข้อมูลคุกกี้ (Cookies), ตัวระบุโฆษณา (IDFA/GAID), ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง, ตัวระบุอุปกรณ์เฉพาะ, IP Address, ข้อมูลระบบปฏิบัติการและประเภทเบราว์เซอร์, บันทึกกิจกรรมการใช้งานเว็บไซต์ ซึ่งอาจทำให้ OCS สามารถระบุตัวบุคคลได้ (สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้คุกกี้ โปรดดูหัวข้อ “การจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์”)

OCS จะไม่เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Information) เช่น ข้อมูลเชื้อชาติ ความเชื่อ สถานะทางสังคม ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม เว้นแต่จะได้รับความยินยอมหรือมีกฎหมายกำหนดให้สามารถดำเนินการได้


5. ทางเลือกของลูกค้า

โดยหลักการแล้ว OCS จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลตามความสมัครใจของลูกค้า อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคล อาจส่งผลให้เกิดข้อเสียบางประการ เช่นไม่สามารถใช้บริการต่างๆ ที่ OCS ให้บริการได้, ไม่สามารถรับข่าวสารเกี่ยวกับแคมเปญหรือข้อมูลอื่นๆ จาก OCS ได้, ฟังก์ชันบางส่วนของระบบ OCS อาจไม่สามารถทำงานได้ ส่งผลให้ไม่สามารถใช้บริการบางอย่างได้ ทั้งนี้ ลูกค้าสามารถเปลี่ยนแปลงข้อมูลการติดต่อของตนเอง รวมถึงเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจว่าจะรับหรือไม่รับจดหมายข่าวทางอีเมล (E-mail Magazine) ได้ตลอดเวลา โดยดำเนินการตามวิธีการที่ OCS กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ


6. การเปิดเผยและการให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สาม

(1) กรณีที่ OCS เปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลที่สาม

OCS จะไม่เปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลที่สาม เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ นอกจากนี้ ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า รวมถึงข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Information) จะไม่ถูกเปิดเผยหรือให้แก่บุคคลที่สามไม่ว่ากรณีใดๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามกฎหมายและข้อบังคับ หรือได้รับความยินยอมจากลูกค้า ทั้งนี้ การให้ข้อมูลแก่ พันธมิตรที่มีการแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing Partners) และ บริษัทที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานแทน (Business Entrusted Companies) จะไม่ถือว่าเป็นการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สาม กรณีที่ OCS สามารถเปิดเผยหรือให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สามได้ มีดังนี้

1. ได้รับความยินยอมจากลูกค้าแล้ว

2. การเปิดเผยหรือให้ข้อมูลเป็นไปตามขอบเขตที่กฎหมายหรือข้อบังคับอนุญาต

3. จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ หรือทรัพย์สินของบุคคล ในกรณีที่ยากต่อการขอความยินยอมจากลูกค้า

4. จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการปฏิบัติภารกิจสาธารณะ และการขอความยินยอมจากลูกค้าอาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจดังกล่าว

5. มีการเปิดเผยหรือให้ข้อมูลในรูปแบบข้อมูลสถิติ ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนของลูกค้าได้

6. มีการให้ข้อมูลอันเป็นผลมาจากการสืบทอดกิจการ เช่น การควบรวมกิจการ การแบ่งบริษัท การโอนธุรกิจ หรือกรณีอื่นในลักษณะเดียวกัน

7. มีการให้ข้อมูลตามกระบวนการที่กำหนดโดยกฎหมายและข้อบังคับ โดยมีเงื่อนไขว่า ลูกค้าสามารถตรวจสอบข้อมูลต่อไปนี้ได้โดยง่ายผ่านเว็บไซต์ของ OCS หรือช่องทางอื่นที่กำหนด และลูกค้าไม่ได้แจ้งความประสงค์ปฏิเสธการให้ข้อมูลดังกล่าว

o วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมข้อมูลคือเพื่อให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สาม

o รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่จะถูกให้แก่บุคคลที่สาม

o วิธีการหรือช่องทางในการส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

o OCS จะระงับการให้ข้อมูลเมื่อได้รับคำขอจากลูกค้า

o วิธีการรับคำขอจากลูกค้าเกี่ยวกับการระงับการให้ข้อมูลดังกล่าว

(2) บุคคลที่สามที่ OCS อาจเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

OCS อาจเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่ผู้รับข้อมูลในประเภทดังต่อไปนี้

1. บริษัทในเครือ (Affiliates) : OCS อาจเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มบริษัท OCS (OCS Group) รวมถึงองค์กรที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัท OCS

2. พนักงานของ OCS : OCS อาจเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่พนักงานของ OCS ที่ได้รับอนุญาตและมีความจำเป็นต้องเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวเพื่อปฏิบัติหน้าที่

3. ผู้ให้บริการ (Service Providers) : OCS อาจเปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่ผู้ให้บริการภายนอก (บุคคลที่สาม) ที่ดำเนินการให้บริการบางประเภทแก่ OCS เช่น ผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT Service Providers), ผู้ให้บริการเซิร์ฟเวอร์จัดเก็บข้อมูล (Data Server Providers), ผู้ให้บริการคลาวด์ (Cloud Service Providers), ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics Service Providers), ผู้ให้บริการเผยแพร่หรือจัดส่งโฆษณา (Advertising Distribution Service Providers), ที่ปรึกษากฎหมาย (Legal Advisors)


7. การแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing)

OCS อาจแบ่งปันข้อมูลของลูกค้าตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

ขอบเขตของหน่วยงานที่สามารถรับข้อมูลร่วมกันได้

บริษัทในเครือกลุ่ม ANA Group

วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลโดยหน่วยงานที่ได้รับข้อมูล

1. เพื่อให้บริการขนส่งทางอากาศ บริการด้านการท่องเที่ยว (รวมถึงทัวร์และโรงแรม) และผลิตภัณฑ์/บริการอื่น ๆ ที่ OCS หรือบริษัทที่มีการแบ่งปันข้อมูลเป็นผู้ให้บริการ


2. เพื่อการส่งเอกสารประชาสัมพันธ์ทางไปรษณีย์ (Direct Mail) การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงการส่งแบบสอบถามให้แก่ลูกค้า โดย OCS หรือบริษัทที่มีการแบ่งปันข้อมูล


3. เพื่อการวิเคราะห์ยอดขาย การวิจัยและศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ โดย OCS หรือบริษัทที่มีการแบ่งปันข้อมูล



4. เพื่อการส่งต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลเมื่อ OCS หรือบริษัทที่มีการแบ่งปันข้อมูลได้รับคำสอบถาม คำขอใช้บริการ หรือคำร้องอื่น ๆ จากลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ให้บริการ


5. เพื่อให้การดำเนินธุรกรรมอื่น ๆ ระหว่างลูกค้ากับ OCS หรือบริษัทที่มีการแบ่งปันข้อมูลเป็นไปอย่างเหมาะสมและราบรื่น


6. เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการบริหารธุรกิจและการบริหารงานภายในของกลุ่ม ANA Group

Row 2

Description

รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีการแบ่งปัน

ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่, หมายเลขโทรศัพท์, หมายเลขโทรสาร (Fax), อีเมล, ข้อมูลการทำงาน เช่น ชื่อบริษัท, แผนก/ฝ่ายที่สังกัด, ตำแหน่งงาน, ที่อยู่ที่ทำงาน, หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงานหมายเลขโทรสารที่ทำงาน, ที่อยู่สำหรับจัดส่งเอกสารหรือพัสดุรายละเอียดธุรกรรม, หมายเลขสมาชิก ANA Mileage Clubประวัติการใช้บริการ, รายละเอียดข้อซักถาม คำร้องขอ และข้อร้องเรียนที่มีการติดต่อกับลูกค้า, ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ OCS รวมถึงข้อมูลคุกกี้ (Cookies) และบันทึกกิจกรรมการใช้งานเว็บไซต์ (Action Log) เป็นต้น

ผู้รับผิดชอบการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล

ANA Holdings Inc.

ที่อยู่: Shiodome City Center, 1-5-2 Higashi-Shimbashi, Minato-ku, Tokyo 105-7140, Japan

ผู้แทน: Koji Shibata ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & Chief Executive Officer)

8. การมอบหมายงานให้บุคคลภายนอกดำเนินการ (Business Entrustment)

ในการให้บริการและผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้า OCS อาจมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินงานบางส่วนแทนบริษัท ซึ่งอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลภายนอกดังกล่าวเท่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ของการมอบหมายงานในกรณีดังกล่าว OCS จะดำเนินมาตรการที่เหมาะสมในการบริหารจัดการและกำกับดูแลบุคคลภายนอกเหล่านั้น เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม รวมถึงการจัดทำข้อตกลงเกี่ยวกับการจัดการและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล


9. การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศนอกประเทศญี่ปุ่น (Transfer to Outside of Japan)

OCS อาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (เช่น ชื่อ ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและการขนส่ง เป็นต้น) ไปยังต่างประเทศนอกประเทศญี่ปุ่น เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดการสินค้า พัสดุ หรือการขนส่งอื่น ๆ ของลูกค้า ทั้งนี้ ประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว อาจไม่มีระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรฐานเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น หาก OCS จะเปิดเผยหรือส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่ผู้ประกอบการภายนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ได้รับมอบหมายงานและพันธมิตรที่มีการแบ่งปันข้อมูล OCS จะดำเนินการโดยอาศัยความยินยอมของลูกค้า เว้นแต่จะเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้

1. บุคคลที่สามนั้นตั้งอยู่ในประเทศที่กฎหมายและข้อบังคับกำหนดว่ามีระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเทียบเท่ากับประเทศญี่ปุ่น

2. บุคคลที่สามนั้นมีระบบและมาตรการที่สามารถดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างต่อเนื่องในระดับที่สอดคล้องกับมาตรการที่ผู้ประกอบการที่จัดการข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศญี่ปุ่นพึงปฏิบัติ

ในกรณีตามข้อ 2 ข้างต้น OCS จะดำเนินมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสมเพื่อให้มั่นใจว่าบุคคลที่สามดังกล่าวยังคงปฏิบัติตามมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เทียบเท่าอย่างต่อเนื่อง หากลูกค้าประสงค์จะทราบรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการที่ OCS ใช้ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว สามารถยื่นคำขอได้ตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในหัวข้อ “11. คำขอเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Request about Handling of Personal Information)”


10. การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Management of Personal Information)

ในการเก็บรวบรวมและรับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า OCS จะบริหารจัดการข้อมูลดังกล่าวตามมาตรฐานที่เข้มงวดที่สุด และดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยที่จำเป็นเพื่อป้องกันการรั่วไหล การสูญหาย หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต OCS รับรองว่ากรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทจะได้รับการฝึกอบรมและคำแนะนำที่เหมาะสมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างถูกต้อง เพื่อรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของลูกค้าแต่ละรายได้ นอกจากนี้ OCS จะกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม โดยพิจารณาตามวัตถุประสงค์ในการใช้งานข้อมูลนั้นๆ เมื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลบรรลุผลแล้ว OCS จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือกำจัดข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวด้วยวิธีการที่เหมาะสมและปลอดภัย


11. คำขอเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Request about Handling of Personal Information)

หาก OCS ได้รับคำขอจากลูกค้า โดยยื่นตามวิธีการที่บริษัทกำหนด เพื่อขอ เปิดเผย แก้ไข ลบ เพิ่ม ระงับการใช้ ลบทำลายข้อมูล (Erasure) หรือขอข้อมูลเกี่ยวกับ มาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ที่กล่าวถึงในหัวข้อ “9. การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ” และ “10. การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” (รวมเรียกว่า “การเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอื่น ๆ” หรือ Disclosure, etc.) เกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ถูกจัดเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของ OCS

OCS จะดำเนินการตามคำขอดังกล่าวภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและภายในขอบเขตที่สมควร โดยเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หลังจากยืนยันแล้วว่าคำขอดังกล่าวมาจากเจ้าของข้อมูล (ลูกค้า) โดยตรง

1. คำขอให้เปิดเผยข้อมูล (Request for Disclosure)

OCS จะเปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้ตามคำขอของลูกค้า รายการข้อมูลส่วนบุคคลที่จัดเก็บไว้, วัตถุประสงค์ของการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล, บันทึกการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลที่สาม

2. คำขอให้แก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูล (Request for Correction, Deletion, or Addition)

OCS จะดำเนินการแก้ไข ลบ หรือเพิ่มเติมข้อมูลส่วนบุคคลตามคำขอของลูกค้าเท่าที่สามารถทำได้ หลังจากพิจารณาและตรวจสอบความถูกต้องของคำขอแล้ว

3. คำขอให้ระงับการใช้หรือลบข้อมูล (Request for Discontinuance or Erasure)

OCS จะระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ลูกค้าระบุ และลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามความประสงค์ของลูกค้า โดยดำเนินการตามคำขอที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่า การดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลให้ ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการบางอย่างที่เคยใช้ได้, OCS ไม่สามารถให้บริการตามความต้องการหรือคำขอของลูกค้าได้อย่างครบถ้วน

4. คำขอข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Request for Information on Personal Information Protection Measures)

OCS จะให้ข้อมูลต่อไปนี้ตามคำขอของลูกค้า

1) รายละเอียดของมาตรการรักษาความปลอดภัยและการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS ใช้ในการเก็บรวบรวมและดูแลข้อมูลของลูกค้า

2) รายละเอียดของมาตรการที่ OCS ใช้เมื่อมีการส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไปยังบุคคลที่สามในต่างประเทศ

(ตามกรณีที่ระบุในหัวข้อ 9. การโอนข้อมูลไปยังต่างประเทศ ข้อ 2)

OCS อาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอของลูกค้าได้ หากการปฏิบัติตามคำขอดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อการดำเนินธุรกิจของ OCS ทำให้เกิดการฝ่าฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง กระทบต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล


12. การยื่นคำขอเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอื่นๆ (Submission of a Request for Disclosure, etc.)

วิธีการยื่นคำขอเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูล การแจ้งวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล และการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล (รวมเรียกว่า “คำขอเปิดเผยข้อมูล ฯลฯ” (Requests for Disclosure, etc.)) รวมถึงข้อมูลการติดต่อ มีดังต่อไปนี้


■ คำขอเปิดเผยข้อมูล ฯลฯ

1. วิธีการยื่นคำขอ

กรุณาส่งเอกสารที่จำเป็นทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ดังต่อไปนี้

(ที่อยู่สำหรับจัดส่ง)

Postal Code 135-8527

3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo, Japan

Overseas Courier Service Co., Ltd.

Corporate Planning & Administration Division

Personal Information Handling Desk

2. เอกสารที่ต้องยื่น

แบบคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร

แบบฟอร์มคำขอเปิดเผยข้อมูล (Disclosure Request Form)

ทั้งนี้ OCS อาจไม่รับพิจารณาคำขอเปิดเผยข้อมูล หากข้อมูลที่จำเป็นในเอกสารไม่ครบถ้วน

เอกสารยืนยันตัวตน


กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง (For Individuals)

1. ให้จัดส่งสำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ใบอนุญาตขับขี่ (Driver's License), หนังสือเดินทาง (Passport), บัตรหมายเลขประจำตัวบุคคล (Individual Number Card / My Number Card) เฉพาะด้านหน้า, บัตรประจำตัวผู้พิการ (Physical Disability Certificate), บัตรพำนักอาศัย (Resident Card)

กรณีตัวแทนยื่นคำขอแทนเจ้าของข้อมูล (For Representatives)

นอกเหนือจากเอกสารที่กำหนดในหัวข้อ “กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง (For Individuals)” แล้ว จะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

1. หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) ต้องยื่นหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าของข้อมูล หากเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย (Legal Representative) จะต้องยื่นเอกสารที่รับรองสถานะการเป็นผู้แทนดังกล่าวด้วย

2. เอกสารยืนยันตัวตนของผู้แทน สำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ ใบอนุญาตขับขี่ (Driver's License), หนังสือเดินทาง (Passport), บัตรหมายเลขประจำตัวบุคคล (Individual Number Card / My Number Card) เฉพาะด้านหน้า, บัตรประจำตัวผู้พิการ (Physical Disability Certificate), บัตรพำนักอาศัย (Resident Card)

การตรวจสอบสถานะการจัดส่งและการแก้ไขข้อมูลบัญชี ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะการจัดส่งพัสดุของ OCS ได้ภายในขอบเขตการให้บริการตามปกติ แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลการลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้ ผ่านทางเว็บไซต์ของ OCS (www.ocs.co.jp) หรือผ่านช่องทางติดต่อของบริการแต่ละประเภท อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด OCS จะต้องดำเนินการ ตรวจสอบและยืนยันตัวตนของลูกค้า ก่อนเสมอ


13. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว (Modification of the Privacy Policy)

OCS อาจทำการแก้ไขหรือปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว

หากมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง OCS จะแจ้งรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของ OCS (www.ocs.co.jp)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (President & CEO)

Hiroshi Sugiguchi

ที่อยู่สำนักงานใหญ่

3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo 135-8527, Japan




บทที่ 2 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้พำนักในเขตเศรษฐกิจยุโรป (EEA) และสหราชอาณาจักร (UK) โดย OCS


1. บทนำ (Introduction)

บทที่ 2 นี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าและบุคคลอื่นที่อยู่ใน เขตเศรษฐกิจยุโรป (European Economic Area: EEA) และ/หรือ สหราชอาณาจักร (United Kingdom: UK) โดยเป็นไปตาม กฎระเบียบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป (EU General Data Protection Regulation 2016/679 หรือ GDPR), กฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหราชอาณาจักร ปี 2018 (UK Data Protection Act 2018 หรือ DPA 2018), กฎหมายคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัวระดับประเทศและระดับสากลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “กฎหมายคุ้มครองข้อมูล” (Data Protection Laws)โปรดทราบว่า กฎหมายคุ้มครองข้อมูลของสหราชอาณาจักรมีหลักการใกล้เคียงกับกฎหมายของ EEA อย่างมาก และลูกค้าในทั้งสองเขตอำนาจศาลมีสิทธิที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้น การอ้างอิงถึง GDPR ในบทนี้ ให้ถือว่ารวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องของสหราชอาณาจักรด้วย

หากลูกค้าอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้บริการของ OCS จะต้องได้รับความยินยอมหรือการอนุญาตจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (Parent/Guardian) นอกจากนี้ หากบุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว ยื่นขอใช้บริการของ OCS ในนามของเจ้าของข้อมูล จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลต่อการปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ก่อน หากมีข้อความใดใน บทที่ 2 ขัดแย้งกับ บทที่ 1 ให้ยึดถือบทบัญญัติใน บทที่ 2 เป็นหลัก


2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (The Controller of Personal Data)

OCS เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ของท่าน

OCS คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกรวบรวมและใช้งานโดย, ผู้ควบคุมข้อมูล (Controller) ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกใช้เพื่ออะไรและอย่างไร, ผู้ประมวลผลข้อมูล (Processor) ซึ่งดำเนินการตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมข้อมูล ทั้งนี้ OCS จะดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง


3. ฐานทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Our Legal Basis for Processing Personal Data)

OCS คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดย ใช้ข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ กำหนดให้กิจกรรมการประมวลผลข้อมูลทุกประเภทต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูล

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าบนพื้นฐานทางกฎหมายอย่างน้อยหนึ่งข้อดังต่อไปนี้

(a) เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน (Article 6(1)(a) GDPR)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว โดยทั่วไป การขอความยินยอมจะใช้กับกิจกรรมด้านการส่งเสริมการขายและการตลาด, การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ในบางกรณี

(b) เมื่อการประมวลผลมีความจำเป็นต่อการทำสัญญาหรือการดำเนินการก่อนทำสัญญา (Article 6(1)(b) GDPR)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลเมื่อมีความจำเป็นในการปฏิบัติตามสัญญาหรือขั้นตอนก่อนการทำสัญญากับลูกค้า ตัวอย่างเช่น ข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ ได้แก่ ข้อมูลยืนยันตัวตน, ข้อมูลการติดต่อ, ข้อมูลการชำระเงิน, ข้อมูลการเดินทาง, ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการให้บริการของ OCS

(c) เมื่อ OCS ต้องปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมาย (Article 6(1)(c) GDPR)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การส่งมอบข้อมูลแก่หน่วยงานศุลกากร, การส่งมอบข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, การปฏิบัติภาระหน้าที่ตามกฎหมายที่มีต่อพนักงานและลูกค้า

(d) เมื่อจำเป็นเพื่อปกป้องประโยชน์สำคัญต่อชีวิตของท่านหรือบุคคลอื่น (Article 6(1)(d) GDPR)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลเมื่อจำเป็นเพื่อคุ้มครองชีวิตหรือความปลอดภัยของเจ้าของข้อมูลหรือบุคคลอื่น ตัวอย่างเช่น เหตุฉุกเฉินทางการแพทย์, สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงต่อชีวิตหรือสุขภาพอย่างร้ายแรง

(e) เมื่อการประมวลผลเป็นไปเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของ OCS หรือบุคคลที่สาม (Article 6(1)(f) GDPR)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลที่สาม ตราบเท่าที่ประโยชน์ดังกล่าวไม่กระทบหรือมีน้ำหนักเหนือกว่าสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลตัวอย่างเช่น การดำเนินธุรกิจของ OCS, การบริหารจัดการองค์กร, การบำรุงรักษาระบบและบริการ, การพัฒนาและปรับปรุงสินค้าและบริการ, การยกระดับคุณภาพการให้บริการ, การมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า


4. สิทธิในการขอให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล (Request for Processing of Personal Data)

(1) สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Laws)

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สิทธิตามกฎหมายแก่ท่านดังต่อไปนี้

1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right of Access) ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง รวมถึงขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่ OCS ประมวลผลข้อมูลดังกล่าว

2) สิทธิในการแก้ไขข้อมูล (Right to Rectification) OCS จะดำเนินการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลตามคำขอของท่านเท่าที่สามารถทำได้ หลังจากมีการตรวจสอบและพิจารณาคำขออย่างเหมาะสมแล้ว

3) สิทธิในการลบข้อมูล (Right to Erasure) ท่านสามารถขอให้ OCS ลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วนที่ OCS เก็บรักษาไว้เกี่ยวกับท่าน OCS จะพิจารณาคำขอดังกล่าว และหากข้อมูลนั้นไม่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อไป หรือกฎหมายไม่อนุญาตให้ OCS เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวต่อไป OCS จะดำเนินการลบข้อมูลนั้น

4) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล (Right to Data Portability) ท่านสามารถขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตนในรูปแบบที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured), ใช้กันทั่วไป (Commonly Used), สามารถอ่านและประมวลผลได้ด้วยระบบอัตโนมัติ (Machine-Readable), สิทธินี้ใช้เฉพาะกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS ได้รับจากท่านโดยตรง, ประมวลผลบนพื้นฐานของความยินยอม หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา, ถูกประมวลผลด้วยวิธีอัตโนมัติ

5) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล (Right to Object) ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการบนพื้นฐานของประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายของ OCS หรือบุคคลที่สาม, การตลาดทางตรง (Direct Marketing) OCS จะหยุดการประมวลผลข้อมูล เว้นแต่จะมีเหตุผลอันสำคัญและชอบด้วยกฎหมายที่มีน้ำหนักมากกว่าการคัดค้านของท่าน ทั้งนี้ หากการคัดค้านเกี่ยวข้องกับ การตลาดทางตรง OCS จะยุติการประมวลผลดังกล่าวเสมอ

6) สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูล (Right to Restriction of Processing) ท่านสามารถขอจำกัดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนได้ในบางสถานการณ์ เมื่อสิทธินี้มีผลบังคับใช้ OCS จะสามารถดำเนินการกับข้อมูลได้เพียงการจัดเก็บรักษาเท่านั้น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากท่าน หรือมีความจำเป็นตามกฎหมาย เช่น เพื่อการดำเนินคดีหรือการเรียกร้องสิทธิทางกฎหมาย, เพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น, เพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

7) สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to Withdraw Consent) หาก OCS อาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมนั้นได้ตลอดเวลา


ปรดทราบว่า สิทธิข้างต้น ไม่ใช่สิทธิที่ใช้ได้ในทุกกรณีโดยไม่มีข้อจำกัด และอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ทำให้ OCS สามารถปฏิเสธคำขอบางประเภทได้ หาก OCS ปฏิเสธคำขอ บริษัทจะชี้แจงเหตุผลในการปฏิเสธเมื่อแจ้งผลการพิจารณาให้ท่านทราบ นอกจากนี้ OCS จะเก็บบันทึกคำขอที่ได้รับไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานยืนยันการปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมายของบริษัท


(2) วิธีการยื่นคำขอ (Method for Submitting a Request)

ท่านสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายดังกล่าวได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่คำขอมีลักษณะไม่มีเหตุผลอันสมควร, มากเกินความจำเป็น หรือมีการยื่นซ้ำ ๆ หลายครั้ง OCS อาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้กรุณาส่งเอกสารที่จำเป็นทางไปรษณีย์ไปยังที่อยู่ดังต่อไปนี้

(ที่อยู่สำหรับยื่นคำขอ)

Postal Code 135-8527

3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo, Japan

Overseas Courier Service Co., Ltd.

Corporate Planning & Administration Division

Personal Information Handling Desk

(3) เอกสารที่ต้องใช้ (Required Documents)

เอกสารคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร

แบบคำขอเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Application)

แบบฟอร์มคำขอเปิดเผยข้อมูลสำหรับผู้พำนักใน EEA/UK (Disclosure Request Form for EEA/UK Residents) ทั้งนี้ OCS อาจไม่รับพิจารณาคำขอ หากเอกสารหรือข้อมูลที่จำเป็นไม่ครบถ้วน

(4) การตอบกลับคำขอ (Responding to a Request)

OCS จะตอบสนองต่อคำขอของท่าน โดยไม่ชักช้าเกินสมควร และโดยทั่วไปจะดำเนินการภายใน 1 เดือน ในบางกรณี OCS อาจขอเอกสารเพิ่มเติม เช่น เอกสารยืนยันตัวตน, หลักฐานแสดงอำนาจในการยื่นคำขอ (ในกรณีที่ยื่นแทนบุคคลอื่น) หากคำขอมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ หรือท่านยื่นคำขอหลายรายการพร้อมกัน ระยะเวลาในการตอบกลับอาจยาวนานกว่าปกตินอกจากนี้ โปรดทราบว่าสิทธิที่กล่าวมาข้างต้นอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย และอาจไม่สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์หากท่านไม่พึงพอใจกับการตอบสนองของ OCS ต่อคำขอด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกจัดการอย่างไม่เหมาะสม ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน หัวข้อ 9 ของบทที่ 2 (การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล – Lodging a Complaint with an Authority)


5. การแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการสินค้าและบริการ (Data Sharing Which Is Necessary to Provide Goods or Services)

สินค้าและบริการของ OCS ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทและองค์กรอื่น ๆ ในการดำเนินงาน ดังนั้น OCS จึงมีความจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลที่สามในบางกรณีเพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจและให้บริการได้อย่างเหมาะสมบุคคลที่สามดังกล่าว ได้แก่

(a) บริษัทอื่นในกลุ่ม ANA Group

OCS อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลกับบริษัทต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มบริษัท ANA Group เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการให้บริการที่เกี่ยวข้อง

(b) หน่วยงานที่ OCS มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเปิดเผยข้อมูลให้

ได้แก่, หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร, หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, องค์กรภายนอกอื่น ๆ ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับข้อมูล

(c) ผู้ให้บริการ (Service Providers)

ได้แก่ ผู้รับจ้างช่วงในการรับและจัดส่งสินค้า (Subcontractors for Collection and Delivery), ผู้ให้บริการด้านการจัดการสินค้าและคลังสินค้า (Cargo Handling), ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจของ OCS, พันธมิตรทางการตลาดที่ OCS ร่วมดำเนินกิจกรรมทางการตลาดด้วย ในกรณีที่ OCS มอบหมายให้บริษัท ผู้รับเหมา หรือผู้ให้บริการภายนอกประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของ OCS บริษัทจะดำเนินการภายใต้สัญญาที่กำหนดหน้าที่และมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง (Data Protection Laws)


6. การสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communications)

OCS อาจส่งข้อมูลด้านการตลาดเป็นครั้งคราวเพื่อแจ้งข่าวสาร รวมถึงแนะนำสินค้าและบริการที่อาจเป็นที่สนใจของลูกค้าและผู้รับข้อมูล อย่างไรก็ตาม OCS จะดำเนินการดังกล่าวเฉพาะในกรณีที่ ผู้รับได้ให้ความยินยอมในการรับข้อมูลทางการตลาดไว้แล้ว หรือ ผู้รับเป็นลูกค้าปัจจุบันที่เคยซื้อสินค้าหรือใช้บริการของ OCS และได้รับโอกาสในการเลือกไม่รับข้อมูลทางการตลาด (Opt-out) ในขณะนั้น แต่เลือกที่จะไม่ปฏิเสธการรับข้อมูลดังกล่าว


7. สถานที่จัดเก็บและการโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Where Your Personal Data Is Stored and Transferred)

OCS ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และผู้ให้บริการหรือองค์กรจำนวนมากที่ OCS แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้ อาจตั้งอยู่ในประเทศหรือเขตอำนาจศาลนอกเขต EEA และสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) ได้รับรองแล้วว่าประเทศญี่ปุ่นมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ (Adequate Protection) เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สาม OCS จะดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการโอนข้อมูลต่อ (Onward Transfer Requirements) ภายใต้ข้อตกลงรับรองความเพียงพอระหว่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น (EU-Japan Adequacy Decision) และกฎหมายญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าควรทราบว่าผู้รับข้อมูลที่อยู่ภายนอก EEA และสหราชอาณาจักร อาจอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศตน ซึ่งอาจไม่ได้ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกับ GDPR หรือกฎหมายของสหราชอาณาจักร หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่จัดเก็บหรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถติดต่อ OCS ตามรายละเอียดที่ระบุใน หัวข้อ 12 ของบทที่ 1 (การยื่นคำขอเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอื่น ๆ)


8. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Retention of Personal Data)

OCS จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้จนกว่าวัตถุประสงค์ในการใช้งานข้อมูลนั้นจะบรรลุผล

โดย OCS กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลไว้ดังนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศ

เก็บรักษาไว้จนกว่าการขนส่งและบริการที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ ตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการขนส่งระหว่างประเทศ (International Conditions of Carriage)

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น

เก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้


9. การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล (Lodging a Complaint with an Authority)

ลูกค้ามีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนต่อหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีอำนาจกำกับดูแลตามสถานที่พำนักของตน

(1) ผู้พำนักใน EEA : โปรดติดต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลของประเทศที่ท่านพำนักอยู่ โดยสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากเว็บไซต์ของ European Data Protection Board (EDPB)

(2) ผู้พำนักในสหราชอาณาจักร (UK) : โปรดติดต่อ Information Commissioner's Office (ICO) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลด้านการคุ้มครองข้อมูลของสหราชอาณาจักร


10. ข้อมูลติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูลและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

ที่อยู่: 3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo, Japan


บทที่ 3 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้พำนักในประเทศจีนโดย OCS


นอกเหนือจากบทที่ 1 แล้ว บทที่ 3 นี้ยังใช้บังคับกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่พำนักอยู่ใน สาธารณรัฐประชาชนจีน (ต่อไปนี้เรียกว่า “จีน”) ตาม กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของจีน (Personal Information Protection Law: PIPL) และกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (รวมเรียกว่า “PIPL เป็นต้น”)

หากบทบัญญัติใดในบทที่ 3 นี้ขัดแย้งกับบทบัญญัติในบทที่ 1 ให้ยึดถือบทบัญญัติของบทที่ 3 นี้เป็นหลัก


1. บทนำ (Introduction)

หากลูกค้ามีอายุต่ำกว่า 18 ปี และใช้บริการของ OCS รวมถึงให้ความยินยอมต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ จะต้องได้รับความยินยอมหรือการอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน นอกจากนี้ หากมีบุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว สมัครใช้บริการของ OCS ในนามของเจ้าของข้อมูล จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลต่อการปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลมีอายุต่ำกว่า 14 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองแทน


2. การเก็บรวบรวมและจัดการข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Collection of Sensitive Personal Information)

OCS อาจเก็บรวบรวม ใช้ หรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลบางประเภทของลูกค้า ซึ่งอาจจัดเป็น ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Information) ตามที่กฎหมาย PIPL กำหนด เพื่อวัตถุประสงค์ในการให้บริการ เนื่องจากข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หากเกิดการรั่วไหล ถูกเปิดเผย หรือถูกนำไปใช้โดยมิชอบ อาจส่งผลเสียต่อสิทธิและผลประโยชน์ของลูกค้า เช่น กระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคล, ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของบุคคลก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของทรัพย์สิน ดังนั้น OCS จะดำเนินการจัดการข้อมูลดังกล่าวอย่างรอบคอบ และประมวลผลข้อมูลโดยชอบด้วยกฎหมาย


3. ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Retention Period for Personal Information)

OCS จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้จนกว่าวัตถุประสงค์ในการใช้งานข้อมูลดังกล่าวจะบรรลุผล

โดย OCS กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาไว้ดังนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศ

เก็บรักษาไว้จนกว่าการขนส่งและบริการที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ ตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการขนส่งระหว่างประเทศ (International Conditions of Carriage)

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น

เก็บรักษาไว้เป็น ระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้


4. เทคโนโลยีและมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (Technology and Measures to Protect Customers' Personal Information)

1) มาตรการรักษาความปลอดภัยของ OCS โดย OCS มีการดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจากการรั่วไหล การแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือการสูญหาย โดยมีมาตรการดังต่อไปนี้

• จัดตั้งและบังคับใช้ระบบบริหารจัดการภายในและระเบียบปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

• จัดประเภทข้อมูลส่วนบุคคลและบริหารจัดการตามระดับความสำคัญของข้อมูล

• พัฒนาเว็บไซต์โดยใช้โปรโตคอล HTTPS และเทคโนโลยี SSL Encryption เพื่อปกป้องการรับส่งข้อมูลสำคัญของลูกค้า (เช่น ข้อมูลบัตรเครดิต) ระหว่างเว็บเบราว์เซอร์กับเซิร์ฟเวอร์

• ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสข้อมูล (Encryption Technology) เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

• กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลอย่างเหมาะสม และควบคุมการเข้าถึงเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

• จัดการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลและการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

• จัดทำแผนรับมือเหตุการณ์ด้านข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Information Incident Response Plan) และเตรียมความพร้อมสำหรับการนำแผนดังกล่าวไปใช้

2) การเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จำเป็น OCS จะดำเนินมาตรการที่สมเหตุสมผลและสามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องหรือเกินความจำเป็น นอกจากนี้ OCS จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้เฉพาะในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการเก็บรักษาได้

3) การรับมือกรณีเกิดเหตุการณ์ด้านข้อมูลส่วนบุคคล หากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล เช่น การรั่วไหล การสูญหาย หรือการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต OCS จะแจ้งให้ลูกค้าทราบถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็ว ดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมาย PIPL และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รายงานเหตุการณ์ต่อหน่วยงานกำกับดูแลตามที่กฎหมายกำหนด


5. คำขอเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Request about Handling of Personal Information)

หาก OCS ได้รับคำขอเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรักษาไว้ของลูกค้าที่เป็นผู้พำนักในประเทศจีน OCS จะดำเนินการพิจารณาและตอบสนองต่อคำขอดังกล่าวภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและภายในขอบเขตที่สมควร โดยเป็นไปตามกฎหมาย PIPL และข้อกำหนดใน บทที่ 1 ข้อ 11 “คำขอเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล” ในการดำเนินการตามคำขอ OCS อาจตรวจสอบและยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอ เพื่อให้มั่นใจว่าคำขอดังกล่าวมาจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง

1. คำขอถอนความยินยอม (Request for Withdrawal of Consent)

หากการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอาศัยความยินยอมของลูกค้าเป็นฐานทางกฎหมาย ลูกค้ามีสิทธิถอนความยินยอมนั้นได้ OCS จะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลตามที่ลูกค้าระบุไว้ในคำขอ เท่าที่สามารถดำเนินการได้และเหมาะสมตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่าการลบข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลให้ ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการบางอย่างที่เคยใช้อยู่ได้ และ OCS ไม่สามารถให้บริการได้ตามความต้องการของลูกค้าอย่างครบถ้วน

2. คำขอให้ตีความหรืออธิบายนโยบายความเป็นส่วนตัว (Requests for Interpretation/Explanation of Privacy Policy)

ลูกค้ามีสิทธิขอให้ OCS อธิบายหรือตีความรายละเอียดของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้

3. วิธีการยื่นคำขอ (Methods for Submission of a Request) ลูกค้าสามารถยื่นคำขอได้ตามวิธีการดังต่อไปนี้

1) การยื่นคำขอ

ทางไปรษณีย์ (By Post)

กรุณาส่งเอกสารที่จำเป็นไปยังที่อยู่ดังต่อไปนี้

(ที่อยู่สำหรับจัดส่ง)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

Corporate Planning & Administration Division

Personal Information Handling Desk 3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo 135-8527 Japan


2) เอกสารที่ต้องใช้ (Required Documents)

เอกสารคำขอ

คำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Application)

แบบฟอร์มคำขอเปิดเผยข้อมูลสำหรับผู้พำนักในประเทศจีน

(Request for Disclosure Form )

เอกสารยืนยันตัวตน

กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง (For Individuals)

ให้แนบสำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ บัตรประจำตัวราชการที่มีรูปถ่าย, ใบอนุญาตขับขี่, หนังสือเดินทาง หรือเอกสารราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและใช้ยืนยันตัวตนได้

กรณีตัวแทนยื่นคำขอแทนเจ้าของข้อมูล (For Representatives)

นอกจากเอกสารในหัวข้อ “กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง” แล้ว จะต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้

1) หนังสือมอบอำนาจ (Power of Attorney) หากเป็นผู้แทนโดยชอบด้วยกฎหมาย จะต้องยื่นเอกสารรับรองสถานะผู้แทนด้วย

2) เอกสารยืนยันตัวตนของผู้แทน สำเนาเอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ บัตรประจำตัวราชการที่มีรูปถ่าย, ใบอนุญาตขับขี่, หนังสือเดินทาง, หรือเอกสารราชการอื่นที่มีรูปถ่ายและใช้ยืนยันตัวตนได้

3) ช่องทางติดต่อ (Contact Desk)

ประเทศญี่ปุ่น โทรศัพท์: 03-5534-7951 (มีค่าบริการตามอัตราที่ผู้ให้บริการกำหนด)


6. การให้ข้อมูลแก่บุคคลที่สามและการโอนข้อมูลออกนอกประเทศจีน (Provision to Third Parties and Transfer Outside China)

เมื่อ OCS เปิดเผยหรือให้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าแก่บุคคลที่สาม (รวมถึงกรณีการแบ่งปันข้อมูลร่วมกัน (Data Sharing) และการมอบหมายให้บุคคลภายนอกดำเนินงานแทน (Business Entrustment) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลออกนอกประเทศจีน) OCS จะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย PIPL และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


7. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Change of Purposes of Use of Personal Data)

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล OCS จะประกาศนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับที่แก้ไขแล้วล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ของ OCS (www.ocs.co.jp) หลังจากนั้น OCS จะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์ใหม่ที่กำหนดไว้ โดยจะต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อน


8. ข้อมูลพื้นฐานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Basic Information of Controller of Personal Information)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

ที่อยู่ 3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo, Japan


บทที่ 4 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้พำนักในรัฐแคลิฟอร์เนียโดย OCS


ปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569


นอกเหนือจากบทที่ 1 แล้ว บทที่ 4 นี้ยังใช้บังคับกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลที่พำนักอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นไปตาม California Consumer Privacy Act of 2018 (CCPA) ซึ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดย California Privacy Rights Act of 2020 (CPRA) (ต่อไปนี้เรียกว่า “CCPA”) หากมีข้อกำหนดใดในบทที่ 4 นี้ขัดแย้งกับข้อกำหนดในบทที่ 1 ให้ยึดถือข้อกำหนดของบทที่ 4 นี้เป็นหลัก คำศัพท์ที่ใช้ในบทนี้อ้างอิงตามนิยามที่กำหนดไว้ใน CCPA โดยตัวอย่างเช่น “การขายข้อมูล (Sale)” หมายถึง การที่ OCS ขาย ให้เช่า เปิดเผย เผยแพร่ ทำให้สามารถเข้าถึงได้ โอน หรือสื่อสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคแก่บุคคลที่สาม ไม่ว่าจะโดยวาจา เป็นลายลักษณ์อักษร ทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือวิธีการอื่น เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางการเงินหรือสิ่งตอบแทนอื่นที่มีมูลค่า “การแบ่งปันข้อมูล (Sharing)” หมายถึง การที่ OCS แบ่งปัน ให้เช่า เปิดเผย เผยแพร่ ทำให้สามารถเข้าถึงได้ โอน หรือสื่อสารข้อมูลส่วนบุคคลของผู้บริโภคแก่บุคคลที่สาม เพื่อวัตถุประสงค์ในการโฆษณาเชิงพฤติกรรมข้ามบริบท (Cross-Context Behavioral Advertising) ไม่ว่าจะได้รับค่าตอบแทนหรือไม่ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หาก OCS ได้ทำสัญญาที่เหมาะสมเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลที่สามแล้ว การดำเนินการดังกล่าวจะ ไม่ถือเป็น “การขายข้อมูล” ตามความหมายของ CCPA


1. การเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Acquisition and Use of Personal Information)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS ได้เก็บรวบรวมในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา หรืออาจเก็บรวบรวมในอนาคต จะถูกจัดประเภทตามหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ในตารางที่แสดงต่อจากนี้ OCS จะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ใน บทที่ 1 ข้อ 3 “วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Purpose of Using Personal Information)” และ OCS จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยตรงจากลูกค้า

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลระบุตัวตน (Identifiers)

ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่สำหรับจัดส่ง อีเมล ข้อมูลหนังสือเดินทาง รหัสประจำตัวออนไลน์ หมายเลขสมาชิก ANA Mileage Club (10 หลัก) เป็นต้น

ข้อมูลเชิงพาณิชย์ (Commercial Information)

ประวัติการใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศ ประวัติการซื้อสินค้า รายละเอียดข้อซักถาม คำร้องขอ และข้อร้องเรียนของลูกค้า

ข้อมูลกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่น (Internet or Other Electronic Network Activity Information)

คุกกี้ IDFA/GAID ข้อมูลตำแหน่ง ที่อยู่ IP ข้อมูลอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ และบันทึกการใช้งานเว็บไซต์

ข้อมูลเกี่ยวกับวิชาชีพหรือการจ้างงาน (Professional or Employment-Related Information)

ชื่อบริษัท แผนก ตำแหน่ง ที่อยู่ที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน

2. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (The Disclosure of Personal Information)

(1) การขายข้อมูลส่วนบุคคล (Sale of Personal Information)

OCS จะไม่ขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า (รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์) ให้แก่บุคคลที่สาม นอกจากนี้ OCS ไม่ได้มีการขายข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลที่สามในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ด้วยเช่นกัน

(2) การแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล (The Sharing of Personal Information)

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS อาจแบ่งปันให้แก่บุคคลที่สามในอนาคต รวมถึงประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS ได้แบ่งปันให้แก่บุคคลที่สามในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา และประเภทของบุคคลที่สามที่ได้รับข้อมูลดังกล่าวในช่วงเวลาดังกล่าว จะแสดงไว้ในรายละเอียดต่อไป OCS แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวกับบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมทางการตลาด เช่น การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่าง ๆ, การแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับแคมเปญส่งเสริมการขาย, การโฆษณาแบบปรับให้เหมาะกับแต่ละบุคคล (Personalized Advertising), กิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ OCS จะไม่แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลที่สาม หาก OCS ทราบแน่ชัดว่าลูกค้ารายนั้นเป็นผู้เยาว์

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการแบ่งปัน

มีการแบ่งปันตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล

ประเภทของบุคคลที่สามที่ OCS ได้แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลด้วยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ข้อมูลกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่น (Internet or Other Electronic Network Activity Information)

ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการที่ลูกค้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือของ OCS เช่น ข้อมูลคุกกี้ (Cookies) ตัวระบุโฆษณา (IDFA/GAID) ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง หมายเลขประจำอุปกรณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ (Unique Device Identifiers) ที่อยู่ IP รายละเอียดระบบปฏิบัติการ (OS) ประเภทของเบราว์เซอร์ และบันทึกกิจกรรมการใช้งานเว็บไซต์ (Website Activity Logs)

เครือข่ายโฆษณา (Ad Network)

(3) การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ (Disclosure of Personal Information for Business Purposes)

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ OCS ได้เปิดเผยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา เพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ รวมถึงประเภทของบุคคลที่สามที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว จะแสดงไว้ในรายละเอียดต่อไป OCS เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่าง ๆ เหล่านี้แก่บุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ใน บทที่ 1 ข้อ 3 “วัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Purpose of Using Personal Information)” บทที่ 1 ข้อ 7 “การแบ่งปันข้อมูล (Data Sharing)” ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การให้บริการและสนับสนุนการให้บริการของ OCS, การดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการภายในองค์กร, การพัฒนาสินค้าและบริการ, การวิเคราะห์ข้อมูลและการวิจัย, การติดต่อสื่อสารกับลูกค้า, การตลาดและการประชาสัมพันธ์, การแบ่งปันข้อมูลภายใน ANA Group และกับผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง

ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เปิดเผย

ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคล

ประเภทของบุคคลที่สามที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

ข้อมูลระบุตัวตน (Identifiers)

ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร (Fax) ที่อยู่สำหรับจัดส่งพัสดุ อีเมล ข้อมูลหนังสือเดินทาง รหัสประจำตัวออนไลน์ (Personal Online ID) หมายเลขสมาชิก ANA Mileage Club (10 หลัก) เป็นต้น

บริษัทในเครือ ANA Group, ผู้รับจ้างช่วงด้านการรับและจัดส่งสินค้า, ผู้ให้บริการด้านการจัดการสินค้าและคลังสินค้า (Cargo Handling), ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ, หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร และองค์กรภายนอกอื่น ๆ

ข้อมูลเชิงพาณิชย์ (Commercial Information)

ประวัติการใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศ ประวัติการซื้อสิ่งพิมพ์และสินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงข้อมูลที่อยู่ในเอกสารการติดต่อกับลูกค้า เช่น รายละเอียดข้อซักถาม คำร้องขอ และข้อร้องเรียน

บริษัทในเครือ ANA Group, ผู้รับจ้างช่วงด้านการรับและจัดส่งสินค้า, ผู้ให้บริการด้านการจัดการสินค้าและคลังสินค้า, ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ, หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร และองค์กรภายนอกอื่น ๆ

ข้อมูลกิจกรรมบนอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์อื่น (Internet or Other Electronic Network Activity Information)

ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ OCS ของลูกค้า เช่น คุกกี้ (Cookies), ตัวระบุโฆษณา (IDFA/GAID), ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง, หมายเลขประจำอุปกรณ์, ที่อยู่ IP, รายละเอียดระบบปฏิบัติการ (OS), ประเภทเบราว์เซอร์ และบันทึกกิจกรรมการใช้งานเว็บไซต์

บริษัทในเครือ ANA Group, ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ, หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร และองค์กรภายนอกอื่น ๆ

ข้อมูลเกี่ยวกับวิชาชีพหรือการจ้างงาน (Professional or Employment-Related Information)

ข้อมูลการทำงาน เช่น ชื่อบริษัท แผนก/ฝ่าย ตำแหน่งงาน ที่อยู่ที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

บริษัทในเครือ ANA Group, ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ, หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร และองค์กรภายนอกอื่น ๆ

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Information)

OCS จะไม่ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของลูกค้าเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย California Consumer Privacy Act (CCPA) นอกจากนี้ OCS จะไม่เก็บรวบรวมหรือประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของลูกค้าเพื่อนำมาใช้ในการวิเคราะห์ อนุมาน หรือคาดการณ์ลักษณะ คุณสมบัติ พฤติกรรม ความชอบ หรือคุณลักษณะอื่น ๆ ของลูกค้า


4. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Retention of Personal Information)

OCS จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้จนกว่าวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลดังกล่าวจะบรรลุผล ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลจะเป็นระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้ โดย OCS จะพิจารณากำหนดระยะเวลาดังกล่าวจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ลักษณะและประเภทของข้อมูลส่วนบุคคล, วัตถุประสงค์ในการเก็บรักษาข้อมูล, ความจำเป็นทางธุรกิจของ OCS, ปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม


5. คำขอเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Request about Handling of Personal Information)

ลูกค้าที่พำนักอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของตนดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล (Right to Access)

ลูกค้ามีสิทธิขอให้ OCS เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนในช่วง 12 เดือนก่อนวันที่ยื่นคำขอ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล”) ได้ไม่เกิน 2 ครั้งภายในระยะเวลา 12 เดือน ข้อมูลที่ลูกค้ามีสิทธิขอรับ ได้แก่

• ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS เก็บรวบรวม

• แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว

• วัตถุประสงค์ทางธุรกิจหรือทางการค้าที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

• ประเภทของบุคคลที่สามที่มีการแบ่งปันข้อมูลดังกล่าวให้

• ข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะของลูกค้าที่ OCS เก็บรวบรวมไว้

• ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS เปิดเผยเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ

• ประเภทของบุคคลที่สามที่ได้รับการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแต่ละประเภท

(2) สิทธิในการลบข้อมูล (Right to Delete)

ลูกค้ามีสิทธิขอให้ OCS ลบข้อมูลส่วนบุคคลบางรายการที่ OCS ได้เก็บรวบรวมไว้เกี่ยวกับลูกค้า (ต่อไปนี้เรียกว่า “สิทธิในการลบข้อมูล”)

(3) สิทธิในการแก้ไขข้อมูล (Right to Correct)

ลูกค้ามีสิทธิขอให้ OCS แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่ถูกต้องซึ่ง OCS เก็บรักษาไว้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “สิทธิในการแก้ไขข้อมูล”)

(4) สิทธิในการปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูล (Right to Opt-Out of Sharing)

ลูกค้ามีสิทธิแจ้งให้ OCS หยุดการแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของตนให้แก่บุคคลที่สาม (ต่อไปนี้เรียกว่า “สิทธิในการปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูล”) สำหรับการใช้สิทธิดังกล่าว ได้แก่ สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล, สิทธิในการลบข้อมูล, สิทธิในการแก้ไขข้อมูล, สิทธิในการปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูล ลูกค้าสามารถติดต่อ OCS ผ่านช่องทางที่กำหนดด้านล่าง เมื่อ OCS ได้รับคำขอแล้ว บริษัทจะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และจะดำเนินการหลังจากตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ยื่นคำขอเรียบร้อยแล้ว


1) การยื่นคำขอ (Submission of a Request)

(ทางไปรษณีย์)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

Corporate Planning & Administration Division

Personal Information Handling Desk 3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo 135-8527, Japan


(ทางโทรศัพท์)

ประเทศญี่ปุ่น โทรศัพท์: 03-5534-7951 (มีค่าบริการตามอัตราที่กำหนด)


2) ขั้นตอนการยืนยันตัวตน (Procedures for Individual Identification)

กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง (For Individuals)

เมื่อ OCS ได้รับคำขอใช้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ลบข้อมูล แก้ไขข้อมูล หรือปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูล OCS จะขอให้ลูกค้าส่งข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล, ที่อยู่อีเมล หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น จากนั้น OCS จะเปรียบเทียบข้อมูลที่ลูกค้าส่งมากับข้อมูลที่บริษัทมีอยู่ เพื่อยืนยันว่าผู้ยื่นคำขอเป็นเจ้าของข้อมูลตัวจริง

กรณีตัวแทนยื่นคำขอแทนเจ้าของข้อมูล (For Representatives)

นอกจากข้อมูลที่ใช้ยืนยันตัวตนตามหัวข้อ “กรณีเจ้าของข้อมูลยื่นคำขอด้วยตนเอง” แล้ว ลูกค้าจะต้องส่งเอกสารเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ หนังสือรับรองหรือเอกสารที่ลงนามโดยลูกค้า เพื่อยืนยันว่าตัวแทนได้รับมอบอำนาจให้ใช้สิทธิดังกล่าวในนามของลูกค้า นอกจากนี้ OCS อาจติดต่อกับลูกค้าโดยตรง เพื่อยืนยันว่า ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนใช้สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล, ใช้สิทธิในการลบข้อมูล, ใช้สิทธิในการแก้ไขข้อมูล, หรือใช้สิทธิในการปฏิเสธการแบ่งปันข้อมูลแทนลูกค้าจริง


บทที่ 5 การจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของผู้พำนักในประเทศไทยโดย OCS


1. บทนำ (Introduction)

บทที่ 5 นี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม การใช้ หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (รวมเรียกว่า “การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” (Processing)) ของลูกค้าและบุคคลอื่นที่อยู่ใน ราชอาณาจักรไทย โดยเป็นไปตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) ในกรณีที่การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการของ OCS จำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล ซึ่งเป็น ผู้เยาว์ (Minor), บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ (Quasi-Incompetent Person), บุคคลไร้ความสามารถ (Incompetent Person) ตามกฎหมายไทย และบุคคลดังกล่าวไม่สามารถให้ความยินยอมได้โดยชอบด้วยกฎหมายด้วยตนเอง OCS จะต้องได้รับความยินยอมเพิ่มเติมจากผู้ใช้อำนาจปกครองของผู้เยาว์, ผู้พิทักษ์ (Curator), ผู้อนุบาล (Custodian) แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ หากเจ้าของข้อมูลมีอายุต่ำกว่า 10 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองเท่านั้น หากในขณะที่ OCS เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทไม่ทราบว่าเจ้าของข้อมูลเป็นผู้เยาว์ บุคคลเสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลไร้ความสามารถ แต่ภายหลังพบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เยาว์โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง (ในกรณีที่กฎหมายกำหนด), จากบุคคลเสมือนไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้พิทักษ์, จากบุคคลไร้ความสามารถโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้อนุบาล OCS จะดำเนินการลบข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยเร็วที่สุด เว้นแต่ OCS จะมีฐานทางกฎหมายอื่นที่สามารถใช้ในการประมวลผลข้อมูลได้โดยไม่ต้องอาศัยความยินยอม นอกจากนี้ หากมีบุคคลอื่น เช่น สมาชิกในครอบครัว, ตัวแทนที่ได้รับมอบอำนาจ ยื่นขอใช้บริการของ OCS ในนามของเจ้าของข้อมูล จะต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลต่อการปฏิบัติตามนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ก่อนหากมีข้อกำหนดใดในบทที่ 5 ขัดแย้งกับข้อกำหนดในบทที่ 1 ให้ถือเอาข้อกำหนดในบทที่ 5 เป็นหลัก


2. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (The Controller of Personal Data)

OCS เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Data Controller) ของท่าน ซึ่ง OCS คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการเก็บรวบรวมและใช้งานโดย ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Controller) ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และวิธีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลและ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Processor) ซึ่งดำเนินการตามคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษรของผู้ควบคุมข้อมูล

ทั้งนี้ OCS จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์และข้อกำหนดของ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)


3. ฐานทางกฎหมายสำหรับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Our Legal Basis for Processing Personal Data)

OCS คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยกำหนดให้ข้อมูลดังกล่าวถูกใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ (ตามที่ระบุใน บทที่ 1 ข้อ 3 ของนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้) และกำหนดให้การประมวลผลข้อมูลทุกประเภทต้องมีฐานทางกฎหมายรองรับตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าบนฐานทางกฎหมายข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อร่วมกันดังต่อไปนี้

(a) เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน (มาตรา 19 PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว โดยปกติ ความยินยอมจะถูกใช้เป็นฐานทางกฎหมายสำหรับ กิจกรรมด้านการส่งเสริมการขายและการตลาด การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) ในบางกรณี

(b) เมื่อการประมวลผลมีความจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา (มาตรา 24(3) PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีความจำเป็นต่อการปฏิบัติตามสัญญากับลูกค้า หรือเพื่อดำเนินการตามคำขอของลูกค้าก่อนการทำสัญญา ตัวอย่างข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ ได้แก่ ข้อมูลยืนยันตัวตน, ข้อมูลการติดต่อ, ข้อมูลการชำระเงิน, รายละเอียดการเดินทาง, ข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการให้บริการของ OCS

(c) เมื่อ OCS มีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย (มาตรา 24(6) PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานศุลกากร, การเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, การปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายที่ OCS มีต่อพนักงานและลูกค้า

(d) เมื่อข้อมูลมีความจำเป็นเพื่อปกป้องประโยชน์สำคัญต่อชีวิตของท่านหรือบุคคลอื่น (มาตรา 24(2) PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อมีความจำเป็นเพื่อปกป้องชีวิต สุขภาพ หรือความปลอดภัยของท่านหรือบุคคลอื่น ตัวอย่างเช่น กรณีเกิดเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์, สถานการณ์ที่มีความเสี่ยงอย่างร้ายแรงต่อชีวิตหรือร่างกาย

(e) เมื่อเป็นประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ OCS หรือบุคคลที่สาม (มาตรา 24(5) PDPA)

OCS อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือบุคคลที่สาม โดยต้องไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลตามกฎหมาย ตัวอย่างเช่น การดำเนินและบริหารธุรกิจของ OCS, การบำรุงรักษาระบบและบริการต่าง ๆ, การพัฒนา ปรับปรุง และยกระดับสินค้าและบริการ, การวิเคราะห์และปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน, การมอบประสบการณ์การใช้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ภายใต้ขอบเขตที่ PDPA อนุญาต


4. คำขอเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Request for Processing of Personal Data)

(1) สิทธิตามกฎหมาย PDPA

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA) กำหนดให้ท่านมีสิทธิตามกฎหมายดังต่อไปนี้

1) สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูล (Request for Disclosure)

ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง รวมถึงขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการที่ OCS ประมวลผลข้อมูลดังกล่าว

2) สิทธิในการขอแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูล (Requests for Correction or Updating)

OCS จะดำเนินการแก้ไขหรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลตามคำขอของท่านเท่าที่สามารถดำเนินการได้ หลังจากตรวจสอบและพิจารณาคำขออย่างเหมาะสมแล้ว

3) สิทธิในการขอลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Request for Erasure)

ท่านสามารถขอให้ OCS ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดหรือบางส่วนที่ OCS เก็บรักษาไว้เกี่ยวกับท่านไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ OCS จะพิจารณาคำขอดังกล่าว และหากข้อมูลนั้นไม่มีความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่เก็บรวบรวมไว้แล้ว หรือกฎหมายไม่อนุญาตให้ OCS เก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวต่อไป OCS จะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวตนได้

4) สิทธิในการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (Transferring Your Personal Data)

ท่านสามารถขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในรูปแบบที่มีโครงสร้างชัดเจน (Structured), เป็นรูปแบบที่ใช้กันโดยทั่วไป (Commonly Used), สามารถอ่านหรือใช้งานได้ด้วยเครื่องหรือระบบอัตโนมัติ (Machine-Readable) สิทธินี้ใช้เฉพาะกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ OCS ได้รับจากท่านโดยตรง, OCS ประมวลผลโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือเพื่อการปฏิบัติตามสัญญา, ถูกประมวลผลด้วยวิธีการอัตโนมัติ

5) สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูล (Objecting to Processing)

ท่านสามารถคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ดำเนินการโดยอาศัยประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของ OCS หรือบุคคลที่สาม, การตลาดทางตรง (Direct Marketing) OCS จะยุติการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว เว้นแต่บริษัทจะมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมายที่มีน้ำหนักมากกว่าการคัดค้านของท่าน หากการคัดค้านเกี่ยวข้องกับการตลาดทางตรง OCS จะยุติการประมวลผลข้อมูลดังกล่าวเสมอ

6) สิทธิในการจำกัดการประมวลผลข้อมูล (Restricting How Your Personal Data Is Processed)

ท่านสามารถจำกัดหรือระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ในบางกรณี เมื่อสิทธิดังกล่าวมีผลใช้บังคับ OCS จะสามารถดำเนินการกับข้อมูลได้เพียงการจัดเก็บรักษาเท่านั้น เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากท่าน, มีความจำเป็นเพื่อการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย, มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่น, มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์สาธารณะที่สำคัญ

7) สิทธิในการถอนความยินยอม (The Right to Withdraw Consent)

หาก OCS อาศัยความยินยอมของท่านเป็นฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมนั้นได้ตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม การถอนความยินยอมจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วก่อนวันที่มีการถอนความยินยอม

โปรดทราบว่า สิทธิดังกล่าวข้างต้นไม่ใช่สิทธิที่สามารถใช้ได้ในทุกสถานการณ์โดยไม่มีข้อจำกัด และอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมายที่ทำให้ OCS สามารถปฏิเสธคำขอบางประเภทได้ หาก OCS ปฏิเสธคำขอ บริษัทจะแจ้งเหตุผลในการปฏิเสธให้ท่านทราบเมื่อมีการตอบกลับ OCS จะจัดเก็บบันทึกคำขอต่าง ๆ ที่ได้รับไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าบริษัทได้ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว


(2) วิธีการยื่นคำขอ (Method for Submitting a Request)

ท่านสามารถใช้สิทธิตามที่ระบุข้างต้นได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เว้นแต่กรณีที่ PDPA อนุญาตให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายได้

วิธีการยื่นคำขอและข้อมูลการติดต่อมีดังนี้ กรุณาส่งเอกสารที่จำเป็นทางไปรษณีย์ไปยัง


(ที่อยู่สำหรับยื่นคำขอ)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

Corporate Planning & Administration Division

Personal Information Handling Desk

3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo 135-8527, Japan


(3) เอกสารที่ต้องใช้ (Required Documents)

คำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร (Written Application)

แบบฟอร์มคำขอเปิดเผยข้อมูลสำหรับผู้พำนักในประเทศไทย (Request for Disclosure Form)

ทั้งนี้ OCS อาจไม่รับพิจารณาคำขอ หากข้อมูลหรือเอกสารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน

(4) การตอบกลับคำขอ (Responding to a Request)

OCS จะตอบกลับคำขอโดยไม่ชักช้าเกินสมควร และโดยปกติจะดำเนินการภายใน 30 วัน ในบางกรณี OCS อาจขอข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม เช่น เอกสารยืนยันตัวตน และหลักฐานแสดงอำนาจในการยื่นคำขอ (กรณียื่นคำขอแทนบุคคลอื่น) หากคำขอมีความซับซ้อนเป็นพิเศษ หรือท่านได้ยื่นคำขอหลายรายการ OCS อาจต้องใช้เวลามากขึ้นในการจัดเตรียมคำตอบโดยละเอียด โปรดทราบว่าสิทธิบางประการข้างต้นอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย และอาจไม่สามารถใช้ได้ในบางสถานการณ์หากท่านไม่พึงพอใจกับการตอบสนองของ OCS ต่อคำขอเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเห็นว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่ได้รับการประมวลผลอย่างเหมาะสม ท่านมีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย (Personal Data Protection Committee: PDPC) โปรดดูรายละเอียดเพิ่มเติมใน หัวข้อ 9 ของบทที่ 5 "การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล (Lodging a Complaint with an Authority)".

5. การแบ่งปันข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการสินค้าและบริการ (Data Sharing Which Is Necessary to Provide Goods or Services)

สินค้าและบริการของ OCS ดำเนินการโดยได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากบริษัทและองค์กรต่าง ๆ ดังนั้น ในการดำเนินธุรกิจ OCS อาจมีความจำเป็นต้องแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าให้แก่บุคคลที่สาม บุคคลที่สามดังกล่าว ได้แก่

(a) บริษัทอื่นในกลุ่ม ANA Group

(b) หน่วยงานที่ OCS มีหน้าที่ตามกฎหมายต้องเปิดเผยข้อมูลให้

ได้แก่ หน่วยงานของรัฐ, หน่วยงานกำกับดูแล, หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย, หน่วยงานตุลาการ, หน่วยงานศุลกากร,หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง, องค์กรภายนอกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(c) ผู้ให้บริการ (Service Providers)

ได้แก่ ผู้รับจ้างช่วงด้านการรับและจัดส่งสินค้า (Subcontractor for Collection & Delivery), ผู้ให้บริการด้านการจัดการสินค้าและคลังสินค้า (Cargo Handling), ผู้ให้บริการประเภทต่าง ๆ, ผู้ให้บริการที่ OCS มีความร่วมมือด้านการตลาด (Marketing Partners), ผู้ให้บริการภายนอกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่ OCS มอบหมายให้บริษัท ผู้รับเหมา หรือผู้ให้บริการภายนอกดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในนามของ OCS บริษัทจะดำเนินการภายใต้สัญญาที่เป็นไปตามข้อกำหนดของ PDPA เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม


6. การสื่อสารทางการตลาด (Marketing Communications)

OCS อาจส่งข้อมูลข่าวสารหรือการสื่อสารทางการตลาดเป็นครั้งคราว เพื่อแจ้งข่าวสารต่าง ๆ และนำเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าและบริการที่อาจเป็นประโยชน์หรือเป็นที่สนใจของลูกค้า อย่างไรก็ตาม OCS จะดำเนินการดังกล่าวเฉพาะในกรณีที่ผู้รับข้อมูลได้ ให้ความยินยอมในการรับการสื่อสารทางการตลาด ไว้แล้วเท่านั้น


7. สถานที่จัดเก็บและการโอนข้อมูลส่วนบุคคล (Where Your Personal Data Is Stored and Transferred)

OCS ตั้งอยู่ในประเทศญี่ปุ่น และผู้ให้บริการหรือองค์กรอื่น ๆ จำนวนมากที่ OCS แบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้ อาจตั้งอยู่ในประเทศหรือเขตอำนาจศาลนอกประเทศไทย เมื่อมีการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สาม OCS จะดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ PDPA และกฎหมายญี่ปุ่นที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ลูกค้าควรทราบว่าผู้รับข้อมูลที่อยู่นอกประเทศไทยอาจอยู่ภายใต้กฎหมายของประเทศนั้น ๆ ซึ่งอาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับเดียวกับประเทศไทย หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่จัดเก็บหรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน สามารถติดต่อ OCS ตามรายละเอียดที่ระบุไว้ใน บทที่ 1 ข้อ 12 “การยื่นคำขอเปิดเผยข้อมูลและการดำเนินการอื่น ๆ”


8. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล (Retention of Personal Data)

OCS จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าไว้จนกว่าวัตถุประสงค์ในการใช้ข้อมูลจะบรรลุผล

สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น ๆ OCS จะกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาที่เหมาะสมโดยพิจารณาจาก ลักษณะของข้อมูล,วัตถุประสงค์ในการเก็บรักษา, ข้อกำหนดทางกฎหมายและบัญชี, ความจำเป็นทางธุรกิจของ OCS โดย OCS กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูลไว้ดังนี้

(1) ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าที่ใช้บริการขนส่งระหว่างประเทศ

เก็บรักษาไว้จนกว่าการขนส่งและบริการที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ ตามที่กำหนดไว้ในเงื่อนไขการขนส่งระหว่างประเทศ (International Conditions of Carriage)

(2) ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทอื่น

เก็บรักษาไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าได้ให้ความยินยอมไว้ ทั้งนี้ OCS อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลาข้างต้น หากมีความจำเป็นเพื่อการก่อตั้งหรือใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย, การปฏิบัติตามภาระหน้าที่ตามกฎหมาย, การต่อสู้หรือป้องกันคดีทางกฎหมาย, การปฏิบัติตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง


9. การยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแล (Lodging a Complaint with an Authority)

ลูกค้ามีสิทธิยื่นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของตนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทย (Personal Data Protection Committee: PDPC) หากเห็นว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของตนไม่เป็นไปตามกฎหมาย PDPA


10. ข้อมูลติดต่อของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (The Contact Information of the Controller and OCS's Data Protection Officer)

Overseas Courier Service Co., Ltd.

ที่อยู่: 3-9-27 Tatsumi, Koto-ku, Tokyo, Japan


การจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์ (Handling of Information on the Website)


หัวข้อนี้อธิบายเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลอื่น ๆ บนเว็บไซต์ของ OCS สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของ OCS โดยรวม โปรดดู นโยบายความเป็นส่วนตัวของ OCS (OCS Privacy Policy)


1. บทนำ (Introduction)

OCS จัดการข้อมูลบนเว็บไซต์นี้ (ต่อไปนี้เรียกว่า “เว็บไซต์นี้”) ตามที่กำหนดไว้ใน นโยบายความเป็นส่วนตัวของ OCS (OCS Privacy Policy) และมุ่งมั่นในการดำเนินงานและบริหารจัดการเว็บไซต์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานเว็บไซต์ได้อย่างมั่นใจและสบายใจ ลูกค้าที่เข้าใช้งานเว็บไซต์นี้ ถือว่าได้อ่าน ทำความเข้าใจ และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขดังต่อไปนี้โดยสมบูรณ์แล้ว


ขอบเขตการบังคับใช้ (Scope of Application)

นโยบายฉบับนี้ใช้บังคับเมื่อท่านใช้เว็บไซต์ของ OCS ภายใต้โดเมนต่อไปนี้ ocs.co.jp และ ocsworldwide.net นโยบายนี้ ไม่ใช้บังคับกับเว็บไซต์ที่ดำเนินการโดยบริษัทหรือองค์กรอื่น เว็บไซต์ของ OCS อาจมีลิงก์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ภายนอก เพื่อให้ข้อมูลหรือบริการที่เป็นประโยชน์แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้จะไม่ครอบคลุมถึงเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงดังกล่าว OCS ขอแนะนำให้ลูกค้าตรวจสอบนโยบายหรือประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของแต่ละเว็บไซต์ทุกครั้งก่อนใช้งานเว็บไซต์เหล่านั้น


2. ความปลอดภัยของข้อมูล (Security)

เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ใช้เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อมีการส่งข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ OCS บริษัทจะดำเนินการเข้ารหัสข้อมูลดังกล่าวโดยใช้เทคโนโลยี SSL (Secure Sockets Layer) หรือเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่มีมาตรฐานเทียบเท่า เพื่อป้องกันการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาตจากบุคคลภายนอกในระหว่างการรับส่งข้อมูล นอกจากนี้ OCS ยังดำเนินมาตรการรักษาความปลอดภัยตามสมควร เช่น การใช้ระบบไฟร์วอลล์ (Firewall), การใช้โปรแกรมป้องกันไวรัส (Anti-virus Software) หรือมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อป้องกันการ รั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล, การนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม, การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และเพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าอย่างเหมาะสม

หลักการทำงานของ SSL (Secure Sockets Layer)

ก่อนที่ลูกค้าจะส่งข้อมูลส่วนบุคคลผ่านเว็บไซต์ OCS ระบบ SSL จะดำเนินกระบวนการยืนยันตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างคู่สื่อสาร (Digital Authentication และ Digital Signature) กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ OCS และลูกค้าสามารถยืนยันตัวตนซึ่งกันและกันก่อนเริ่มส่งข้อมูล เมื่อเริ่มมีการรับส่งข้อมูล ข้อมูลทั้งหมดจะถูกแปลงเป็นรหัส (Encryption) โดยใช้ชุดตัวเลขสุ่ม ทำให้บุคคลภายนอกไม่สามารถเข้าถึงหรือขโมยข้อมูลได้ แม้ว่าจะพยายามปลอมตัวเป็นลูกค้าก็ตามนอกจากนี้ ข้อมูลที่ส่งผ่าน SSL จะถูกเข้ารหัสด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัสสองรูปแบบร่วมกัน ได้แก่ การเข้ารหัสด้วยกุญแจสาธารณะ (Public Key Cryptography: RSA) ,การเข้ารหัสด้วยกุญแจลับ (Symmetric Key / Secret Key Cryptography)การถอดรหัสข้อมูลดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ “กุญแจอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Key)” ที่ถูกต้อง ดังนั้น แม้ว่าบุคคลภายนอกจะสามารถดักจับข้อมูลระหว่างการส่งได้ ก็ไม่สามารถอ่านข้อความที่เข้ารหัสไว้ได้หากไม่มีกุญแจที่ถูกต้อง แม้ว่าจำนวนกุญแจเข้ารหัสจะมีขอบเขตจำกัด แต่การทดลองหากุญแจที่ถูกต้องจากทุกความเป็นไปได้ด้วยวิธีการคำนวณ จำเป็นต้องใช้เวลามหาศาล แม้จะใช้คอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงก็ตาม ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่บุคคลภายนอกจะสามารถถอดรหัสข้อมูลที่ถูกส่งผ่าน SSL ได้


3. การเก็บรวบรวมข้อมูลการเข้าชมเว็บไซต์ (Collection of Browsing Information)

เกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของเรา (About Browsing Our Site)

เมื่อท่านเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ OCS บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลบางประเภทเพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. การใช้คุกกี้ (Cookies)*1

OCS เก็บรวบรวมข้อมูลคุกกี้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

• ข้อมูลการเข้าสู่ระบบสำหรับบริการเว็บที่ OCS ให้บริการ

• ข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บไซต์ที่ปรับให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละราย (Personalized Pages)

• ข้อมูลการลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมการขายหรือแคมเปญต่าง ๆ

• ข้อมูลประวัติการเข้าชมเว็บไซต์ (ผ่านการใช้ Web Beacon*2)

ลูกค้าสามารถปฏิเสธการใช้คุกกี้ได้ตลอดเวลา โดยเปลี่ยนการตั้งค่าในโปรแกรมเว็บเบราว์เซอร์ที่ใช้งานอยู่ OCS แนะนำให้กำหนดค่าเบราว์เซอร์ให้ยอมรับคุกกี้เฉพาะจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ อย่างไรก็ตาม โปรดทราบว่า หากปิดการใช้งานคุกกี้ อาจส่งผลให้การตอบสนองและประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ลดลงอย่างมาก


2. การใช้ที่อยู่ IP (Use of IP Addresses)*3

OCS เก็บรวบรวมข้อมูลที่อยู่ IP เพื่อใช้ในการแสดงข้อมูลหรือบริการที่เหมาะสมกับภูมิภาคของลูกค้า เมื่อท่านเข้าใช้งานเว็บไซต์ OCS บริษัทจะใช้ IP Address เพื่อระบุภูมิภาคหรือพื้นที่ที่ท่านเชื่อมต่อเข้ามา อย่างไรก็ตาม OCS จะไม่ใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อระบุตัวตนของลูกค้าเป็นรายบุคคล

เกี่ยวกับการส่งอีเมล (About Email Distribution)

ในการส่งอีเมลถึงลูกค้า OCS อาจเก็บรวบรวมข้อมูลดังต่อไปนี้

• สถานะการเปิดอ่านหรือการแสดงตัวอย่างอีเมลแบบ HTML (ผ่าน Web Beacon*2)

• ข้อมูลการเข้าสู่เว็บไซต์ OCS ผ่านลิงก์ในอีเมล ทั้งแบบ HTML และอีเมลข้อความ (Text Email)


*1 คุกกี้ (Cookie) คืออะไร?

1. คุกกี้เป็นเทคโนโลยีที่ใช้บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์นี้ของผู้ใช้ไว้ในอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ข้อมูลที่เก็บผ่านคุกกี้จะ ไม่รวมข้อมูลที่สามารถระบุตัวบุคคลได้โดยตรง เช่น ชื่อ-นามสกุล, อีเมล, ข้อมูลระบุตัวตนอื่น ๆ

2. OCS อาจเปิดเผยข้อมูลที่เก็บรวบรวมผ่านคุกกี้ให้แก่บุคคลที่สาม เท่าที่จำเป็นต่อการบรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหัวข้อ“1. การใช้คุกกี้ (Use of Cookies)” ของนโยบายฉบับนี้

3. ผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะยินยอมหรือไม่ยินยอมให้มีการใช้คุกกี้สำหรับแต่ละวัตถุประสงค์ โดยการตั้งค่าผ่านเว็บเบราว์เซอร์ที่ตนใช้งาน หากผู้ใช้เข้าใช้งานเว็บไซต์นี้โดยเปิดใช้งานคุกกี้อยู่ OCS จะถือว่าผู้ใช้ได้ให้ความยินยอมต่อการใช้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ของตนแล้ว

หมายเหตุ: OCS แนะนำให้เปิดใช้งานคุกกี้เพื่อให้สามารถใช้ฟังก์ชันต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ


*2 Web Beacon คืออะไร?

Web Beacon คือเทคโนโลยีที่ใช้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมหน้าเว็บไซต์ โดยฝังรูปภาพขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็น (ไฟล์ GIF ขนาด 1×1 พิกเซล) ไว้ในหน้าเว็บหรืออีเมลแบบ HTML เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ OCS สามารถรวบรวมข้อมูล เช่น การเข้าชมหน้าเว็บไซต์, การเปิดอ่านอีเมล, การดูตัวอย่างอีเมล เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และปรับปรุงการให้บริการ


*3 IP Address คืออะไร?

IP Address คือหมายเลขที่ระบบกำหนดให้กับอุปกรณ์หรือคอมพิวเตอร์ของท่านโดยอัตโนมัติ เมื่อมีการเชื่อมต่อเพื่อเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ เว็บเซิร์ฟเวอร์ (คอมพิวเตอร์ที่ให้บริการเว็บไซต์) จะใช้ IP Address เพื่อรับรู้และสื่อสารกับอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน

This is paragraph2. Click here to add your own text.

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อมูลส่วนบุคคล จีทีแอล โอซีเอส (ไทยแลนด์) จำกัด และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy